สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2568
เรื่อง เมื่อกรรมการผู้มีอำนาจคนเดียวต้องโทษจำคุก แนวทางตั้งผู้แทนชั่วคราวเป็นอย่างไร?
ประเด็นข้อกฎหมาย: ป.พ.พ. มาตรา 4 วรรคสอง และมาตรา 73
ข้อเท็จจริง:
- ผู้ร้องกับผู้คัดค้านที่ 2 เคยเป็นสามีภริยากันและได้ร่วมกันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทผู้คัดค้านที่ 1
- ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวของบริษัท
- ต่อมาผู้คัดค้านที่ 2 ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 20 ปี ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน (คดีถึงที่สุดแล้ว)
- แม้ผู้คัดค้านที่ 2 ยอมถอดถอนตนเองจากการบริหารกิจการ แต่ตราบใดที่บริษัทยังมิได้รับหนังสือลาออกหรือมีมติให้ถอดถอน กรณีต้องถือว่ายังมีสถานะเป็นกรรมการบริษัทอยู่
- ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนชั่วคราวของบริษัท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า:
- ตราบใดที่บริษัทผู้คัดค้านที่ 1 ยังมิได้รับหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการหรือมีมติให้ถอดถอนผู้คัดค้านที่ 2 ออกจากกรรมการบริษัทผู้คัดค้านที่ 1 กรณีต้องถือว่าผู้คัดค้านที่ 2 ยังมีสถานะเป็นกรรมการของบริษัทผู้คัดค้านที่ 1 อยู่
- การเป็นกรรมการเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวที่กรรมการต้องกระทำด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำแทนตนในฐานะกรรมการบริษัทได้
- การที่ผู้คัดค้านที่ 2 ต้องโทษจำคุกย่อมทำให้บริษัทผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีผู้แทนที่มีอำนาจกระทำการแทนได้ และการที่ผู้คัดค้านที่ 2 ต้องขังอยู่ อาจมีเหตุอันควรเชื่อว่าน่าจะเกิดความเสียหายขึ้นได้
- เมื่อไม่มีกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ ทั้งไม่มีจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น จึงต้องอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาวินิจฉัยตามมาตรา 4 วรรคสอง
- มาตรา 73 เป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง เพราะการที่กรรมการบริษัทต้องโทษจำคุกไม่สามารถทำหน้าที่ผู้แทนนิติบุคคลอาจมีผลเช่นเดียวกับตำแหน่งผู้แทนนิติบุคคลว่างลง จึงสมควรแต่งตั้งผู้ร้องให้เป็นผู้แทนชั่วคราวของบริษัทผู้คัดค้านที่ 1 แทนผู้คัดค้านที่ 2
สรุป:
เมื่อกรรมการผู้มีอำนาจคนเดียวต้องโทษจำคุกจนไม่อาจทำหน้าที่ได้ ให้เทียบบทกฎหมายว่าตำแหน่งผู้แทนนิติบุคคลว่างลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 73 ประกอบมาตรา 4 วรรคสอง ศาลสามารถแต่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนของบริษัทแทนกรรมการเดิม “ชั่วคราวจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการคนใหม่” โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย
Tags
ฎีกาปี ๒๕๖๘