⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6115/2540
เรื่อง
การทำนิติกรรมที่ประโยชน์ส่วนได้เสียของผู้จัดการมรดกเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
📌 ประเด็นข้อกฎหมาย
การที่ ผู้จัดการมรดกซึ่งมิใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก ขอโอนทรัพย์สินของกองมรดกมาเป็นของตนในฐานะส่วนตัว เป็นกรณีที่ ประโยชน์ส่วนได้เสียของผู้จัดการมรดกเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก อันต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1722 หรือไม่
🧾 ข้อเท็จจริง
ผู้ร้องเป็นภริยาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของ นาย จ. และเป็นผู้จัดการมรดกที่ไม่มีพินัยกรรมของ นาย จ. ตามคำสั่งศาล
ต่อมาผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดก ได้ไปขอโอนที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของ นาย จ. มาเป็นของตนในฐานะส่วนตัว แต่สำนักงานที่ดินไม่ดำเนินการให้ โดยอ้างว่าต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน เพราะเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1722
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6115/2540 วินิจฉัยว่า
และ
✅ สรุป
ผู้จัดการมรดกซึ่งไม่มีสิทธิรับมรดก หากขอโอนทรัพย์มรดกมาเป็นของตนเอง ย่อมเป็นกรณีที่ ประโยชน์ส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกอยู่ในตัว การกระทำเช่นนี้จะทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1722
📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1722
📝 ผลคดี
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การที่ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกขอจดทะเบียนโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเอง เป็นเพียงการแบ่งปันทรัพย์มรดกตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดก มิใช่การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก จึง งดการไต่สวนและยกคำร้อง
ผลของคำสั่งยกคำร้องของศาลชั้นต้น ทำให้ผู้ร้อง ไม่มีคำสั่งศาลอนุญาตตาม ป.พ.พ. มาตรา 1722 ไปใช้ประกอบการขอจดทะเบียนโอนทรัพย์มรดก จึงไม่อาจดำเนินการจดทะเบียนได้ ผู้ร้องจึง อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา
ต่อมาศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ร้อง มิใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก และเมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก ขอโอนทรัพย์สินกองมรดกมาเป็นของตนเอง เช่นนี้ ประโยชน์ส่วนได้เสียของผู้ร้องย่อมเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกอยู่ในตัว จึงเป็นกรณีที่ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1722
ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้น ยกคำร้องโดยไม่ทำการไต่สวนก่อน จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาจึง พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้น ทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี