สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6064/2567
เรื่อง: บิดาป่วยติดเตียงจนศาลสั่งให้เป็น “คนเสมือนไร้ความสามารถ” บุตรจะฟ้องขอเพิกถอนภริยาใหม่จากการเป็นผู้พิทักษ์ และขอนำบิดามาดูแลเองได้หรือไม่?
ประเด็นข้อกฎหมาย:
- มีเหตุให้เพิกถอนจำเลย (ภริยาชอบด้วยกฎหมาย) จากการเป็นผู้พิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถหรือไม่?
- โจทก์ (บุตร) ต้องส่งตัวคนเสมือนไร้ความสามารถให้จำเลยในฐานะผู้พิทักษ์หรือไม่?
ข้อเท็จจริง:
โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ส่วนจำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ โดยบิดามารดาของโจทก์จดทะเบียนหย่ากันแล้ว และต่อมาบิดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลย อีกทั้งอยู่กินฉันสามีภริยากันมานานร่วม 20 ปี
ต่อมาบิดาโจทก์ป่วยกะทันหันด้วยโรคหลอดเลือดในสมองตีบ ต้องเข้ารับการรักษา และช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เป็นผู้ป่วยติดเตียง จำเลยจึงยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้บิดาโจทก์เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และศาลมีคำสั่งให้อยู่ในความพิทักษ์ของจำเลย
ภายหลัง โจทก์นำบัตรเอทีเอ็มไปกดถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของบิดาโจทก์รวม 3 ครั้ง เป็นเงิน 150,000 บาท แล้วนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่โจทก์ชำระไปแล้ว ค่าว่าจ้างทนายความ 2 ครั้ง รวม 60,000 บาท และค่าจ้างบุคคลอื่นมาดูแลบิดาโจทก์ มาหักกับเงินที่ถอนจากบัญชีดังกล่าว
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนจำเลยจากการเป็นผู้พิทักษ์ และขอให้ตั้งโจทก์เป็นผู้พิทักษ์แทน ส่วนจำเลยขอให้โจทก์ส่งมอบตัวบิดาโจทก์ซึ่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถให้อยู่ในความพิทักษ์ของตน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6064/2567 วินิจฉัยวางหลักว่า:
1) อำนาจการร้องขอของภริยา
จำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ ย่อมมีอำนาจร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บิดาโจทก์เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32 โดยไม่ต้องแจ้งหรือได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นบุตรแต่อย่างใด
2) อำนาจจัดการทรัพย์สินของผู้พิทักษ์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 34 วรรคหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถนั้น มีความสามารถที่จะทำนิติกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในมาตรา 34 วรรคหนึ่ง ได้เอง โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ เพราะเป็นเพียงผู้หย่อนความสามารถเฉพาะการทำนิติกรรมต่าง ๆ ซึ่งกฎหมายระบุว่าต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อนเท่านั้น
แต่เมื่อบิดาโจทก์เป็นผู้ป่วยติดเตียง ย่อมไม่สามารถไปจัดการเงินในบัญชีเงินฝากดังกล่าวได้ด้วยตนเอง ย่อมเป็นหน้าที่ของจำเลยในฐานะผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาลต้องดำเนินการ การเปลี่ยนเงื่อนไขการเบิกเงินในบัญชีเงินฝากจึงเป็นการจัดการทรัพย์สินทั่วไปเพื่อนำเงินมาใช้ในการดูแลรักษาพยาบาล
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยไว้แล้วว่า การที่โจทก์ถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะเงินในบัญชีเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส จึงเป็นสินสมรสที่จำเลยมีสิทธิอยู่กึ่งหนึ่ง และโจทก์มิได้ฎีกาในประเด็นดังกล่าว
3) อำนาจของบุตรเทียบกับผู้พิทักษ์
แม้โจทก์เป็นบุตร มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดาก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาล จึงไม่มีอำนาจจัดการการทำนิติกรรมของบิดาโจทก์
หากบิดาโจทก์อยู่ในการดูแลของโจทก์ที่จังหวัดระยอง อาจเกิดความไม่สะดวกหรือมีข้อขัดข้องที่จำเลยจะจัดการเรื่องต่าง ๆ ตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์ ประกอบกับโจทก์และสามีโจทก์ต่างมีภาระหน้าที่จากการประกอบอาชีพและเลี้ยงดูบุตร โจทก์จึงมิได้ดูแลบิดาด้วยตนเอง แต่ได้นำเงินที่ถอนจากบัญชีเงินฝากไปว่าจ้างบุคคลอื่นมาดูแล
ต่างกับจำเลยซึ่งเป็นภริยา อยู่ดูแลกันมาตลอดนานร่วม 20 ปี และไม่ได้ประกอบอาชีพที่ต้องทำเป็นประจำ ย่อมมีเวลาดูแลได้อย่างใกล้ชิด อันจะเป็นประโยชน์แก่คนเสมือนไร้ความสามารถยิ่งกว่า
4) เจตนารมณ์ของกฎหมายตามมาตรา 1463
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1463 เป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้ความสำคัญแก่คู่สมรสซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ร่วมกับคนเสมือนไร้ความสามารถมาอย่างใกล้ชิด สามีภริยาต่างมีหน้าที่ต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถ กฎหมายจึงกำหนดให้สามีหรือภริยาเป็นผู้พิทักษ์ของคู่สมรสของตนที่ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถก่อนบุคคลอื่น
ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ส่งมอบตัวบิดาโจทก์ให้อยู่ในความพิทักษ์ของจำเลย จึงมิได้เป็นการขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด เพราะเป็นไปเพื่อให้จำเลยดูแลรักษาพยาบาลและปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาลได้อย่างเต็มที่ และเป็นประโยชน์แก่คนเสมือนไร้ความสามารถอย่างสูงสุด
สรุป:
ภริยาชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ ย่อมมีอำนาจร้องขอให้ศาลสั่งให้คู่สมรสเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และมีหน้าที่จัดการทรัพย์สินทั่วไปเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาพยาบาลได้
แม้บุตรจะมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดา แต่เมื่อไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาล ก็ไม่มีอำนาจจัดการการทำนิติกรรมแทน และต้องส่งมอบตัวบิดาคืนให้ภริยาผู้เป็นผู้พิทักษ์ดูแลตามคำสั่งศาล
พิพากษายืน