ฎีกาที่ 5089/2565

การปลอมลายมือชื่อในใบถอนเงินฝากและใบมอบฉันทะที่ข้อความยังไม่สมบูรณ์ เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือไม่

  1. ใบถอนเงินฝากและใบมอบฉันทะที่มีเพียงลายมือชื่อปลอมของผู้เสียหาย แต่ยังมิได้กรอกจำนวนเงินที่ขอถอน หรือยังมิได้กรอกข้อความว่ามอบฉันทะให้ผู้ใดเป็นผู้รับเงินที่ขอถอน จะถือเป็น เอกสิทธิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) หรือไม่
  2. การนำสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ของผู้เสียหายไปมอบให้ผู้อื่นใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกถอนเงิน โดยผู้เสียหายมิได้อนุญาต เป็นความผิดฐาน เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ตามมาตรา 188 หรือไม่

จำเลยและผู้เสียหายเป็นข้าราชการครูและเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ผู้เสียหายมอบคำขอกู้เงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้จำเลยนำไปยื่นต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ ต่อมาสหกรณ์อนุมัติเงินกู้ โดยหลังหักรายการต่าง ๆ แล้ว คงเหลือเงินที่ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับจำนวน 1,580,300 บาท

ต่อมาจำเลยนำใบถอนเงินฝาก ใบมอบฉันทะ บัตรประจำตัวข้าราชการ และสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ของผู้เสียหายไปมอบให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการเบิกถอนเงิน ทั้งที่ผู้เสียหายมิได้อนุญาต โดยขณะนั้นใบถอนเงินฝากมีเพียงลายมือชื่อปลอมของผู้เสียหายในช่องเจ้าของบัญชี และใบมอบฉันทะด้านหลังใบถอนเงินฝากก็มีเพียงลายมือชื่อปลอมของผู้เสียหายเช่นกัน

ต่อมามีการรับเงินสดจำนวนดังกล่าวและนำเงินเข้าบัญชีของบุคคลอื่น ก่อนมีการโอนเงินบางส่วนเข้าบัญชีของจำเลย

ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึง ...“คงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมเท่านั้น”... ไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม

ในส่วนสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ของผู้เสียหายนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยรับฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันที่จำเลยมอบใบถอนเงินฝาก ใบมอบฉันทะ และบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้เสียหายให้เจ้าหน้าที่ จำเลยได้มอบสมุดคู่ฝากของผู้เสียหายไปด้วย ซึ่งล้วนเป็นเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการเบิกถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหาย

เมื่อจำเลยนำสมุดคู่ฝากดังกล่าวไปมอบเพื่อให้นำไปใช้ประกอบการเบิกถอนเงิน ทั้งที่ผู้เสียหายไม่ได้อนุญาต การกระทำดังกล่าวย่อมเป็น ...“การเอาไปเสียซึ่งสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ของผู้เสียหาย ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย”... อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188

ลายมือชื่อปลอมที่ลงไว้ในใบถอนเงินฝากและใบมอบฉันทะ ซึ่ง ...“ข้อความยังไม่สมบูรณ์”... และยังมิได้กรอกสาระสำคัญให้ครบถ้วน ยังไม่ทำให้เอกสารนั้นเป็น ...“เอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ”... จึงยังไม่เป็น เอกสิทธิ และเป็นเพียงความผิดฐาน ปลอมเอกสาร กับ ใช้เอกสารปลอม เท่านั้น

ส่วนการนำสมุดคู่ฝากของผู้เสียหายไปใช้ประกอบการเบิกถอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมเป็นความผิดฐาน เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ตามมาตรา 188

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9), มาตรา 188, มาตรา 264 วรรคแรก, มาตรา 265, มาตรา 268 วรรคแรก และวรรคสอง

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า