⚖️ จ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านแบบครบวงจร
แต่กลับทำไม่ถูกต้องตามสัญญา
แถมก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน
🏠 แบบนี้ เจ้าของบ้านเรียกได้แค่เงินคืน
กับค่าเสียหายตามจริงเท่านั้นหรือไม่?
คดีนี้ศาลฎีกาวางหลักไว้ชัดว่า
หากผู้ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญา
ดำเนินการก่อสร้างโดยยังไม่ได้รับใบอนุญาต
และก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานในส่วนสำคัญ
จนเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย
พฤติการณ์แบบนี้
- ❌ ไม่ใช่แค่ผิดสัญญาธรรมดา
- แต่ยังอาจถือเป็นการ
- ⚠️ เอาเปรียบผู้บริโภค
- และ
- ⚠️ ฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจที่ประชาชนไว้วางใจ
ผู้บริโภคว่าจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้าง
ให้สร้างบ้านแบบครบวงจร
รวมทั้งออกแบบและยื่นขออนุญาตก่อสร้างด้วย
แต่ต่อมากลับพบว่า
บริษัทไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามสัญญา
เริ่มก่อสร้างทั้งที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต
และงานก่อสร้างหลายส่วนก็ไม่ได้มาตรฐาน
ต่อมาเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่ง
- ⛔ ระงับการก่อสร้าง
- และ
- ⛔ ห้ามใช้อาคาร
ผู้บริโภคจึงต้อง
- ✅ ไปให้คนอื่นช่วยตรวจแบบและแก้แบบ
- ✅ ยื่นขออนุญาตก่อสร้างใหม่ด้วยตนเอง
- ✅ จ้างคนอื่นเข้ามาแก้ไขงานที่เสียหายและสร้างต่อจนเสร็จ
จำเลยเป็นผู้ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
ย่อมทำให้ประชาชนเชื่อได้ว่า
เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ
และสามารถก่อสร้างได้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม
แต่เมื่อข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่า
จำเลยไม่เตรียมแบบ
ไม่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างให้ถูกต้องตามสัญญา
ยังดำเนินการก่อสร้างไปก่อน
และก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานในส่วนสำคัญหลายรายการ
ศาลจึงวินิจฉัยว่า
การกระทำของจำเลยเป็นการ
- ✅ จงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญามาตั้งแต่ต้น
- ✅ มีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภค
- ✅ ฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน
💥 ดังนั้น ศาลจึงไม่ได้ให้จำเลยรับผิด
แค่ค่าเสียหายตามจริงเท่านั้น
แต่ยังมีคำพิพากษาให้จำเลย
ชดใช้ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษแก่ผู้บริโภค ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 42 เป็นเงิน 500,000 บาท
🔎 สรุปสั้น ๆ
รับงานก่อสร้างแบบครบวงจร ต้องทำให้ถูกต้องตามสัญญาและตามกฎหมาย
ถ้าก่อสร้างโดยยังไม่ได้รับอนุญาต และทำงานไม่ได้มาตรฐานในส่วนสำคัญ อาจไม่ใช่แค่ผิดสัญญาธรรมดา
หากพฤติการณ์มีลักษณะ จงใจเอาเปรียบผู้บริโภค ศาลมีอำนาจกำหนด ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ เพิ่มได้
คดีนี้ ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำเลย ชดใช้ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ 500,000 บาท
📌 ฎีกาที่ 6542/2567