#ฎีกาศึกษา
#ทนายความ
สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3817/2568
เรื่อง: ปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินของทางหลวงชนบท ปิดทางเข้าออกที่ดินของโจทก์ ผิดฐานบุกรุกหรือไม่?
ประเด็นข้อกฎหมาย
คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายและจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานบุกรุกหรือไม่
ข้อเท็จจริง
โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นญาติกัน จำเลยที่ 2 เป็นสามีจำเลยที่ 1 โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 เรื่องที่ดิน และศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าว
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่โจทก์
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 จำเลยที่ 1 นำเสาคอนกรีตไปปักขึงลวดหนามตลอดแนวในที่ดินที่เป็นไหล่ทางที่อยู่ในเขตทางหลวงชนบทหน้าที่ดินโจทก์จากจุด A1 ไปถึง A2 ซึ่งเป็นแนวเดียวกับประตูรั้วที่เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะของที่ดินโจทก์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกที่ดินของโจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3817/2568 วินิจฉัยว่า
1) คำพิพากษาแพ่งที่ถึงที่สุดผูกพันคู่ความ
คดีแพ่งถึงที่สุดว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าว คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่ความ แสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยากันย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง
2) พฤติการณ์บ่งชี้เจตนาปิดกั้นทางเข้าออก
การที่จำเลยทั้งสองเข็นรถซึ่งมีเสาคอนกรีตและลวดหนามไปที่บริเวณไหล่ทางหลวงชนบทซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือหน้าที่ดินของโจทก์ แล้วใช้จอบเสียมขุดหลุมที่พื้น จากนั้นนำเสาคอนกรีตปักลงในหลุมและขึงลวดหนามจากด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออกตามจุด A1 ถึง A2 แนวเขตที่ดินของโจทก์ตามแนว B1 ถึง B2 บ่งชี้ให้เห็นเจตนาของจำเลยทั้งสองว่าร่วมกันปิดกั้นเพื่อไม่ให้โจทก์เข้าออกที่ดินบริเวณดังกล่าวได้
3) โจทก์เป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง
โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายและถือเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองฐานบุกรุกได้
4) ล่วงล้ำอำนาจการครอบครองแม้ไม่ได้เข้าไปในที่ดิน
ถึงแม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้เข้าไปในที่ดินของโจทก์ตามที่จำเลยทั้งสองแก้ฎีกาก็ตาม ก็ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์แล้ว อันเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุข
5) เป็นความผิดฐานบุกรุก
จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 83, 362
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 362, 83 จำคุกคนละ 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 4 เดือน
สรุป
ถึงแม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้เข้าไปในที่ดินของโจทก์ตามที่จำเลยทั้งสองแก้ฎีกาก็ตาม แต่เมื่อการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันปิดกั้นเพื่อไม่ให้โจทก์เข้าออกที่ดินบริเวณดังกล่าวได้ ก็ถือได้ว่าเป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์แล้ว อันเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุข จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานบุกรุก
แชร์บทความนี้: