⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2568
📌 เรื่อง
สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิ ยึดขายทอดตลาดในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่
⚖️ ประเด็นข้อกฎหมาย
ที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งจำเลยมีเพียง “สิทธิครอบครอง” เป็นทรัพย์สินที่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ที่โจทก์สามารถร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดมาขายทอดตลาดได้หรือไม่
🧾 ข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลย ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาง พ. ชำระเงิน 2,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยกำหนดว่า ความรับผิดของจำเลยไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนาง พ. ที่ตกทอดได้แก่จำเลย
ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ยึดที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิ เนื้อที่ 2 งาน ราคา 100,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกของนาง พ. ที่ตกทอดแก่จำเลย
โจทก์อ้างว่า นาง พ. ซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากผู้อื่น และได้เข้าครอบครองทำประโยชน์โดยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินดังกล่าว โจทก์เห็นว่า ที่ดินดังกล่าวไม่ได้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และสามารถโอนกันได้ตามกฎหมายโดยการส่งมอบการครอบครอง
แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งยกคำขอ โดยเห็นว่า ที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย จึงเป็นทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301 (5)
โจทก์จึงร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินดังกล่าว และนำออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์จึงฎีกา
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
“สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ” แม้จะถือว่าเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และสามารถโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นได้ โดยการส่งมอบการครอบครอง แต่การโอนไปซึ่งการครอบครองดังกล่าว เป็นการโอนในลักษณะของสิทธิส่วนบุคคล ใช้ยันกันได้ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนเท่านั้น ไม่สามารถทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้มีผลบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ได้
เมื่อกรณีนี้โจทก์ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ มาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์ แต่ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดี โอนสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกฎหมาย ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดแสดงให้เห็นว่า ที่ดินที่จำเลยมีเพียงสิทธิครอบครองนั้น สามารถโอนกันได้ตามกฎหมาย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า
“ที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นทรัพย์สินที่โอนกันให้บริบูรณ์ไม่ได้ตามกฎหมาย ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301 (5)”
โจทก์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ยึดสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าว มาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์
✅ ผลคดี
ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 1
การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยึดที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิตามคำขอของโจทก์ และศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 เกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงจะมีผลบริบูรณ์ตามกฎหมาย
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301 (5) เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี โดยเฉพาะทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย
📖 ฎีกาย่อ
สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิแม้จะถือว่าเป็นทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ และสามารถโอนไปซึ่งการครอบครองได้โดยการส่งมอบการครอบครอง แต่การโอนไปซึ่งการครอบครองที่กระทำได้เป็นการโอนในลักษณะของสิทธิส่วนบุคคล ใช้ยันกันได้ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนเท่านั้น ไม่สามารถทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีผลบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ได้ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดีโอนสิทธิครอบครองที่ดินให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกฎหมาย ต้องถือว่าที่ดินมือเปล่าซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิเป็นทรัพย์สินที่โอนกันให้บริบูรณ์ไม่ได้ตามกฎหมาย ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301 (5) โจทก์ไม่มีสิทธิร้องขอให้ยึดสิทธิครอบครองที่ดินมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โจทก์
🔎 อ้างอิง
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2568
🔍 คำค้นที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2568, ที่ดินมือเปล่า, ไม่มีเอกสารสิทธิ, สิทธิครอบครอง, ยึดทรัพย์บังคับคดี, ขายทอดตลาด, ทรัพย์สินไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 301 (5), ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299, ฎีกาศึกษา