อ.636/2568: ซื้อที่ดินมีโฉนดถูกต้อง แต่โดนเพิกถอนเพราะทับที่ป่า… กรมที่ดินต้องรับผิดไหม?
คำตอบสั้น: หากเจ้าหน้าที่ออกโฉนดโดยประมาทเลินเล่อจนศาลพิพากษาเพิกถอน กรมที่ดินในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดอาจต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้
สรุปประเด็นจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
⚖️ 1) พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ = “กระทำโดยประมาทเลินเล่อ”
เจ้าหน้าที่เดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน โดย มิได้นำผังการจัดที่ดินตามโครงการมาเป็นหลักฐานประกอบ
บทสรุปทางกฎหมาย: เป็นการออกโฉนด “โดยไม่ใช้ความระมัดระวัง ความรู้ความชำนาญ และความละเอียดรอบคอบ” จึงถือเป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่
2) กรมที่ดิน (หน่วยงานต้นสังกัด) = “ต้องรับผิดชดใช้”
เมื่อการออกโฉนดไม่ชอบด้วยกฎหมายจนศาลต้องพิพากษาเพิกถอน ถือเป็น “การทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์” (อ้างหลัก ป.พ.พ. มาตรา 420)
บทสรุปทางกฎหมาย: กรมที่ดินในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด ย่อมต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำ
3) หลักเกณฑ์การ “กำหนดค่าสินไหมทดแทน” (สิ่งที่ผู้เสียหายได้คืน)
- ค่าสูญเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: กำหนดตาม “ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม”
- ค่าพัฒนาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: กำหนดตามราคาประเมินของสำนักงานโยธาธิการฯ ซึ่งเป็นราคาตามแบบมาตรฐานของทางราชการ รวม Factor F และ หักค่าเสื่อมราคาแล้ว (เฉพาะสิ่งปลูกสร้างบนโฉนดที่ถูกเพิกถอน)
❌ 4) ค่าเสียหายที่ศาล “ไม่อาจกำหนดให้ได้” (สิ่งที่ไม่ได้คืน)
- เงินกู้ยืมธนาคาร: เป็นการกู้ยืมเพื่อค่าใช้จ่ายดำเนินธุรกิจตามปกติ ไม่ใช่ค่าเสียหายจากการเพิกถอนโฉนดโดยตรง
- ค่าขาดประโยชน์ (กำไรที่ควรได้): เป็นเพียงการคาดการณ์ผลกำไรในอนาคต ซึ่งยังไม่แน่นอน
บทสรุปผลแห่งคดี
ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้กรมที่ดินชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 84,305,980.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้เสียหาย
ดอกเบี้ย: ร้อยละ 7.5 ต่อปี จนถึง 10 เม.ย. 64 และร้อยละ 3 บวกอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี ตั้งแต่ 11 เม.ย. 64 เป็นต้นไป
กำหนดชำระ: ให้ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วันนับแต่คดีถึงที่สุด