📚 ฎีกาศึกษา: พกปืนถูกกฎหมายเข้าไปในสถานบริการ
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6267/2568 (ประชุมใหญ่)🧐 ประเด็นข้อกฎหมาย:
ความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ กับความผิดฐานนำอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการ เป็นการกระทำกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน
มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่
📝 ข้อเท็จจริง:
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร และนำอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการ จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท และให้รอการลงโทษจำคุก (รอลงอาญา) โจทก์จึงฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา
👨⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6267/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า:
1️⃣ เรื่องหลายกรรมต่างกัน:
"ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้จำเลยกระทำความผิดดังกล่าวต่อเนื่องในคราวเดียวกัน แต่ก็เป็นการกระทำที่มีเจตนาและองค์ประกอบของการกระทำความผิดแตกต่างกันจึงสามารถแยกการกระทำแต่ละความผิดได้ ประกอบกับเจตนารมณ์ของกฎหมายตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 มุ่งคุ้มครองผู้เข้าไปใช้บริการในสถานบริการ จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน"
2️⃣ เรื่องการรอการลงโทษ:
"สถานบริการเป็นสถานที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการแก่บุคคลทั่วไปจึงต้องเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง การที่จำเลยพาอาวุธปืนพร้อมกระสุนปืนของกลางเข้าไปในสถานบริการในเวลากลางคืนย่อมง่ายต่อการก่อเหตุร้าย นับว่าเป็นอันตรายต่อสุจริตชนผู้เข้าไปใช้บริการในสถานบริการเป็นอย่างยิ่ง และกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม แม้อาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนของจำเลยซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายก็ยังไม่เป็นเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย"
📌 สรุป:
- การพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และนำเข้าไปในสถานบริการ แม้ทำต่อเนื่องกัน ถือเป็น "ความผิดหลายกรรมต่างกัน" (เรียงกระทงลงโทษ) ไม่ใช่กรรมเดียว เพราะเจตนาและกฎหมายมุ่งคุ้มครองคนละวัตถุประสงค์
- การพกปืนเข้าสถานบริการเป็นเรื่องร้ายแรง กระทบความปลอดภัยสาธารณะ ศาลฎีกาจึง "ไม่รอการลงโทษจำคุก" (ติดคุกจริง) แม้ว่าปืนนั้นจะเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องของจำเลยเองก็ตาม
- บทลงโทษ: ให้ลงโทษทุกกรรม จำคุกรวม 6 เดือน และปรับ 1,000บาท (ลดโทษแล้ว) โดยไม่รอลงอาญา
Tags
ฎีกาปี ๒๕๖๘