การบรรยายคำฟ้องฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง
(กรณีคัดลอกคำฟ้องอุทธรณ์) และข้อห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
📜 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568
❓ ประเด็นข้อกฎหมาย
- การบรรยายฟ้อง: การที่จำเลยคัดลอกข้อความในอุทธรณ์เดิมมาทั้งหมด โดยไม่ระบุว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องอย่างไร ถือเป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?
- ข้อห้ามฎีกา: การฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและการกำหนดโทษ ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุก 2 ปี เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามหรือไม่?
📍 ข้อเท็จจริงในคดี
คดีเดิม: โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานฉ้อโกง ป.อ. มาตรา 341, 83
คำตัดสินศาลล่าง:
- ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี และให้คืนเงินแก่ผู้เสียหาย
- ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน
การยื่นฎีกาของจำเลย: แยกเป็น 2 ส่วน คือ
- ปัญหาข้อกฎหมาย: ใช้วิธี "คัดลอกข้อความจากคำฟ้องอุทธรณ์" มาใส่ในฎีกา
- ปัญหาข้อเท็จจริง: จำเลยไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษารับรองให้ฎีกา
👨⚖️ คำวินิจฉัยศาลฎีกา
1. 🚫 เรื่องการบรรยายฟ้องฎีกา (คัดลอกอุทธรณ์)
การที่จำเลยคัดลอกข้อความในอุทธรณ์มาทั้งสิ้น โดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อน หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร
"ถือเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง มีผลเท่ากับว่าจำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย"
(ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบมาตรา 216 วรรคหนึ่ง และมาตรา 225)
2. 🛑 เรื่องการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง
การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและการกำหนดโทษ ถือเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกคนละ 2 ปี คดีย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง
ประกอบกับจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษารับรองให้ฎีกา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
🔚 บทสรุป
"พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสอง"
เนื่องจากคำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายไม่ชัดแจ้ง (คัดลอกอุทธรณ์) และฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย
Tags
ฎีกาปี ๒๕๖๘