ฎีกาที่ 1396-1481/2568

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ
สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1396-1481/2568
การเลิกจ้างเพื่อจ้าง Outsource : เป็นธรรมหรือไม่?

ข้อเท็จจริง

จำเลยที่ 1 (นายจ้าง) ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ได้เลิกจ้างโจทก์ทั้ง 86 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างในแผนก "พนักงานขายจัดเรียงสินค้า" โดยอ้างเหตุผลความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัท ยุบแผนกดังกล่าว และว่าจ้างบริษัทภายนอก (Outsource) ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาบริหารจัดการแทน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน

ก่อนการเลิกจ้าง นายจ้างได้ดำเนินการดังนี้:

  • จัดประชุมชี้แจงลูกจ้างล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน
  • เสนอจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษ
  • จัดทำโครงการสมัครใจลาออกโดยจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ
  • ช่วยประสานงานกับบริษัท Outsource รายใหม่ให้รับลูกจ้างเดิมเข้าทำงาน (รับโอนเฉพาะบางส่วน)

ประเด็นข้อกฎหมาย

การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยอ้างเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการ (ยุบแผนกและจ้างบุคคลภายนอกทำแทน) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยที่กิจการยังไม่ถึงกับประสบภาวะขาดทุน ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 หรือไม่?

คำวินิจฉัยศาลฎีกา

1. หลักเกณฑ์การพิจารณา

ศาลต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างจริงหรือไม่ และสาเหตุนั้นสมควร/เพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่านายจ้างได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เท่าที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนการเลิกจ้างแล้วหรือไม่

2. อำนาจการจัดการ (ไม่ขาดทุนก็เลิกจ้างได้)

แม้กิจการยังไม่ถึงกับประสบภาวะขาดทุน แต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถแข่งขันได้ ย่อมนับได้ว่าเป็นสิทธิอำนาจจัดการของนายจ้าง หากไม่ปรากฏว่าใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือกลั่นแกล้ง ย่อมนับได้ว่ามีเหตุผลที่สมควรและเพียงพอ

3. มาตรการบรรเทาผลกระทบ

การที่นายจ้างชี้แจงล่วงหน้านานพอสมควร จ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษ และประสานงานหางานใหม่ให้ ถือว่าได้พยายามดำเนินมาตรการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนการเลิกจ้างแล้ว

บทสรุป: ศาลฎีกาพิพากษายืน (ยกฟ้อง)

"ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม"
เพราะเป็นการใช้สิทธิบริหารจัดการโดยสุจริต และมีมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมแล้ว

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า