- การบรรยายฟ้องหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) (แยกกันอยู่เกิน 3 ปี) หากบรรยายข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบ แต่ไม่ได้ระบุตัวเลข "3 ปี" ชัดแจ้ง ศาลมีอำนาจวินิจฉัยหรือไม่ (เป็นการพิจารณานอกฟ้องหรือไม่)
- การแยกกันอยู่โดยฝ่ายชายไปมีหญิงอื่นและฝ่ายหญิงยังรักใคร่หึงหวง (ฟ้องชู้) ถือเป็นการสมัครใจแยกกันอยู่หรือไม่
โจทก์ (สามี) ฟ้องหย่าจำเลย (ภริยา) โดยบรรยายฟ้องว่าแยกกันอยู่ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน และไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุข ศาลชั้นต้นพิพากษาให้หย่าโดยปรับบทกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาให้ยกฟ้อง โดยเห็นว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยนอกฟ้อง โจทก์ฎีกา
ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาปรากฏว่า: เดิมโจทก์ย้ายออกจากบ้านไปดูแลมารดาที่เจ็บป่วย ต่อมาโจทก์ไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่นจนจำเลยต้องฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงชู้
- อำนาจศาลในการปรับบทกฎหมาย (ไม่เป็นการนอกฟ้อง): เหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) มีองค์ประกอบคือ สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี และไม่อาจอยู่ร่วมกันโดยปกติสุขได้ แม้คำฟ้องโจทก์จะไม่ได้ระบุคำว่า "เกินกว่า 3 ปี" ไว้ชัดแจ้ง แต่การบรรยายว่าแยกกันอยู่ตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบัน (ฟ้องปี 2560) ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าเกินกว่า 3 ปีแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟังได้ความตามที่บรรยายมา การที่ศาลปรับบทกฎหมายเข้ากับมาตรา 1516 (4/2) จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของศาล ไม่ถือเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง
- ความหมายของ "ความสมัครใจแยกกันอยู่": มูลเหตุที่แยกกันอยู่เดิมเกิดจากโจทก์ต้องไปดูแลมารดาที่เจ็บป่วย ซึ่งเป็นหน้าที่ และโจทก์ควรกลับมาดูแลบุตรภริยา การที่โจทก์ไม่กลับมาเพราะไปยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา และจำเลยได้ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงชู้ (แสดงความหึงหวง/ไม่ยินยอม) กรณีนี้ถือว่าการแยกกันอยู่เกิดจากความสมัครใจของโจทก์ฝ่ายเดียว ไม่ใช่ความสมัครใจของจำเลย
- ผลทางกฎหมาย: เมื่อการแยกกันอยู่มิได้เกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย แม้จะแยกกันอยู่เกิน 3 ปี ก็ไม่ทำให้เกิดสิทธิฟ้องหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ (ยกฟ้องโจทก์)
- คำฟ้องที่บรรยายระยะเวลาแยกกันอยู่ซึ่งคำนวณแล้วเกิน 3 ปี แม้ไม่ระบุตัวเลข "3 ปี" ชัดเจน ก็ถือว่าบรรยายครบองค์ประกอบข้อกฎหมาย ศาลหยิบยกมาตรา 1516 (4/2) มาตัดสินได้ ไม่นอกฟ้อง
- สามีแยกไปมีเมียน้อย (ชู้) และภริยาตามฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ ถือว่าภริยาไม่ได้ "สมัครใจ" แยกกันอยู่ สามีจะอ้างเหตุแยกกันอยู่เกิน 3 ปีมาฟ้องหย่าไม่ได้
เหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่แยกกันอยู่เกินสามปีเท่านั้น ยังต้อง (มี) องค์ประกอบอื่นอีกคือ ต้องเป็นเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาด้วย ตามฟ้องโจทก์แปลความได้ว่า นับตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน โจทก์กับจำเลยแยกกันอยู่โดยสมัครใจ พฤติการณ์ต่าง ๆ ของจำเลยที่ทำให้โจทก์กับจำเลยไม่สามารถที่จะกลับมาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุข อันเป็นการบรรยายครบองค์ประกอบเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (4/2) แล้ว แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุว่าเป็นเวลาเกินกว่า 3 ปี แต่ช่วงเวลาที่โจทก์บรรยายในฟ้องเป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นเวลาเกินกว่า 3 ปี แล้ว
ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นรับฟังเป็นยุติจากการวินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกับข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องแล้วทั้งสิ้น ไม่มีข้อเท็จจริงใดเป็นข้อเท็จจริงที่อยู่นอกคำฟ้อง ส่วนศาลชั้นต้นจะเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุตินั้นเป็นเหตุหย่าหรือไม่ และเป็นเหตุหย่าที่ปรับได้กับบทบัญญัติกฎหมายมาตราใด อนุมาตราใด เป็นอำนาจหน้าที่และเป็นความเห็นของแต่ละศาล ไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นปรับบทกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) จึงไม่ถือเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องหรือเป็นการวินิจฉัยในประเด็นอื่นที่มิได้กล่าวมาในฟ้อง
ในคดีก่อนโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยรับว่า โจทก์คบหากับผู้หญิงอื่นระหว่างที่ยังอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย อีกทั้งในคดีนี้โจทก์ก็เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยรับว่า จำเลยฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก ม. ที่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับโจทก์เช่นกัน ดังนั้น สาเหตุที่โจทก์ไม่กลับบ้านไปหาจำเลยในคดีก่อนและคดีนี้มาจากตัวโจทก์เองที่มีพฤติกรรมอันแสดงถึงการนอกใจจำเลย ยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาทั้งที่โจทก์กับจำเลยยังเป็นสามีภริยากันอยู่ หาใช่มาจากจำเลยไม่ ทั้งความเป็นจริงที่จำเลยต้องแยกกันอยู่กับโจทก์เกิดจากสภาพครอบครัวที่โจทก์ต้องกลับไปดูแลมารดาที่เจ็บป่วย ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ที่จะต้องกลับมาเยี่ยมเยียนดูแลบุตรภริยา ทั้งจำเลยยังรักใคร่หึงหวงในตัวโจทก์อยู่ จึงได้ฟ้อง ม. เรียกค่าทดแทนที่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับโจทก์ กรณีดังกล่าวจะถือว่าเป็นการแยกกันโดยความสมัครใจของจำเลยด้วยหาได้ไม่ ฉะนั้นคงฟังได้แต่เพียงว่า โจทก์กับจำเลยแยกกันอยู่มากว่า 3 ปี จริง แต่การแยกกันอยู่นั้น มิใช่ด้วยความสมัครใจของจำเลย การที่โจทก์กับจำเลยแยกกันอยู่เช่นนี้ก็โดยลำพังความสมัครใจของโจทก์แต่ฝ่ายเดียว หาทำให้เกิดสิทธิฟ้องหย่าจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ไม่