ฎีกาที่ 1323/2566 การครอบครองทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดก

ฎีกาศึกษา: 1323/2566

ฎีกาศึกษา: การครอบครองทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1323/2566

ประเด็น: พินัยกรรมด้วยวาจา และการครอบครองปรปักษ์ของผู้จัดการมรดก

ประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจ

  1. คำสั่งเสียด้วยวาจา: ถือเป็นพินัยกรรมตามกฎหมายหรือไม่?
  2. สิทธิของผู้จัดการมรดก: ผู้จัดการมรดกที่โอนที่ดินเป็นชื่อตนเอง จะอ้างสิทธิครอบครองเพื่อตนเอง (ปรปักษ์) ได้หรือไม่ หากไม่ได้บอกกล่าว?
  3. ภาษีบำรุงท้องที่: การเสียภาษีใช้เป็นหลักฐานแสดงสิทธิครอบครองได้หรือไม่?

ข้อเท็จจริงโดยย่อ

เจ้ามรดก (นาย พ.) ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมเป็นหนังสือ ระหว่างมีชีวิตเคยสั่งเสียว่าจะยกที่ดินให้จำเลย แต่ยังไม่ได้ส่งมอบการครอบครองและยังคงรับผลประโยชน์จากที่ดินจนตาย

ต่อมา จำเลย (ผู้จัดการมรดก) โอนที่ดินมาเป็นของตนเองและอ้างว่าตนครอบครองทำประโยชน์และเสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด จึงขออ้างสิทธิในที่ดินนั้น

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

1. เรื่องพินัยกรรมด้วยวาจา (ม. 1663)

แม้เจ้ามรดกเคยสั่งเสียว่าจะยกที่ดินให้ แต่ ไม่ถือเป็นพินัยกรรมด้วยวาจา เนื่องจากไม่มี "พฤติการณ์พิเศษ" (เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือโรคระบาด) เมื่อเจ้ามรดกตาย ที่ดินจึงตกเป็นมรดกแก่ทายาทโดยธรรม

2. เรื่องการครอบครอง (ม. 1381)

การที่จำเลยโอนที่ดินมาเป็นของตนในฐานะผู้จัดการมรดก ถือว่า "ครอบครองแทนทายาทอื่น" แม้ต่อมาจะโอนเป็นชื่อส่วนตัว แต่เมื่อไม่ได้ บอกกล่าวเปลี่ยนเจตนาแห่งการยึดถือ ไปยังทายาททุกคน ย่อมไม่อาจถือได้ว่าจำเลยเปลี่ยนเจตนามาครอบครองเพื่อตนเอง

3. เรื่องการเสียภาษี

การเสียภาษีบำรุงท้องที่ มิได้ เป็นข้อสันนิษฐานหรือหลักฐานที่แสดงว่าผู้เสียภาษีมีสิทธิครอบครองในที่ดินแต่อย่างใด

บทสรุปทางกฎหมาย

ที่ดินพิพาท ยังคงเป็นทรัพย์มรดก จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิโอนเป็นของตนเองเพียงผู้เดียวโดยไม่ได้รับความยินยอม และการครอบครองในฐานะผู้จัดการมรดกถือเป็นการครอบครองแทนทายาททุกคน กรรมสิทธิ์จึงยังเป็นของทายาททุกคนรวมกัน


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ป.พ.พ.): มาตรา 1381 มาตรา 1599 มาตรา 1600 มาตรา 1663

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า