สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3400/2568
การขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เพราะทนายตรวจวันผิด รับงานมาก และไปว่าความคดีอื่น จะอ้าง “เหตุสุดวิสัย” ได้หรือไม่
เมื่อคู่ความยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดที่ศาลอนุญาต โดยอ้างว่าทนาย “หลงผิดตรวจสอบตัวเลขในคำสั่ง” และในวันครบกำหนดต้องไปทำหน้าที่สืบพยานที่ศาลอื่น กรณีเช่นนี้จะถือเป็น “เหตุสุดวิสัย” ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 หรือไม่
คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดและลงโทษจำคุก 9 ปี พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม 303,150 บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์ร่วมประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ จึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์มาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 2 ทนายโจทก์ร่วมขอให้ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ยื่นได้เพียงภายในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 เท่านั้น
ต่อมาวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 โจทก์ร่วมเพิ่งยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 3 โดยอ้างว่าเข้าใจผิดว่าศาลอนุญาตให้ยื่นได้ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 ตามคำขอเดิม ประกอบกับในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ทนายโจทก์ร่วมไปทำหน้าที่สืบพยานที่ศาลอื่น ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่มีเหตุสุดวิสัยจึงยกคำร้อง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ อนุญาตให้ขยายเวลาได้ จำเลยจึงฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า แม้เหตุสุดวิสัยจะไม่จำเป็นต้องเป็นภัยธรรมชาติ แต่ข้อสำคัญคือ เหตุนั้นต้องไม่เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของผู้กล่าวอ้างเอง โดยศาลฎีกาอธิบายไว้ชัดเจนว่า
เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ในคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ทนายโจทก์ร่วมตรวจวันผิด รับงานไว้มากจนไม่มีเวลาตรวจสอบคำสั่งศาล ไม่มอบหมายให้บุคคลอื่นมาตรวจสอบคำสั่ง หรือไปปฏิบัติงานหรือว่าความในคดีอื่นโดยไม่มายื่นอุทธรณ์เอง หรือไม่มอบอำนาจให้บุคคลอื่นหรือตัวความมายื่นแทนภายในกำหนดเวลา ล้วนเป็นความบกพร่องในการทำหน้าที่ทั้งสิ้น โดยศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ว่า
ดังนั้น ศาลฎีกาจึงเห็นว่า กรณีนี้ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย และพิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ร่วมขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 3
คดีนี้วางหลักว่า “เหตุสุดวิสัย” สำหรับการขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ต้องเป็นเหตุที่แม้ระมัดระวังตามสมควรแล้วก็ยังป้องกันไม่ได้ และที่สำคัญต้องไม่เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของผู้กล่าวอ้างเอง
หากทนายเพียงแต่ตรวจวันผิด รับงานมาก ไม่ตรวจสอบคำสั่งศาลให้รอบคอบ ไม่จัดการให้มีผู้ยื่นแทน หรือไปว่าความคดีอื่นในวันครบกำหนด กรณีเช่นนี้ยังเป็นเพียงความบกพร่องในการทำหน้าที่ ไม่อาจยกขึ้นอ้างเป็น “เหตุสุดวิสัย” เพื่อขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ได้
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8