ความผิดฐานผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์ (ป.อ. ม.354) อายุความ 10 ปี เริ่มนับแต่ "วันกระทำความผิด" (วันที่โอนทรัพย์ทางทะเบียน) มิใช่วันที่ผู้เสียหาย "รู้เรื่อง" ตาม ป.อ. ม.96 เพราะต้องอยู่ภายใต้บังคับ ม.95 เรื่องฟ้องขาดอายุความเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยให้การรับสารภาพและไม่เคยยกต่อสู้ในศาลชั้นต้น ก็สามารถยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.อ. ม.195 วรรคสอง และเมื่อโจทก์ฟ้องเกิน 10 ปีนับแต่วันจดทะเบียนโอนที่ดิน คดีจึงขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องแม้จำเลยรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
9568/2555
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง;
ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6), มาตรา 195 วรรคสอง ป.อ. มาตรา 95 (3), มาตรา 96
ในความผิดฐานเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรมกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริตตาม ป.อ. มาตรา 354 ประกอบมาตรา 353 มีอายุความสิบปี ป.อ. มาตรา 95 (3) บัญญัติว่า หากมิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดสิบปี นับแต่วันกระทำความผิดเป็นอันขาดอายุความ หมายความว่า อายุความในการฟ้องคดีเริ่มนับแต่วันกระทำความผิดเป็นต้นไป
จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของ
บ. ตามคำสั่งศาลร่วมกับ ห. โดยเจตนาทุจริตเบียดบังทรัพย์มรดกที่ดิน
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) จดทะเบียนโอนเป็นชื่อของตนในฐานะผู้จัดการมรดก
แล้วจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินมรดกทั้งสามแปลงแก่ ห. เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2537 จึงถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่จำเลยกระทำความผิด
อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2537
มิใช่อายุความเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2549
ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ทั้งคู่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตาม
ป.อ.มาตรา 96 อายุความตามมาตรา 96 เป็นอายุความร้องทุกข์ซึ่งต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา
95 ด้วย การที่โจทก์ทั้งสองนำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 26
พฤษภาคม 2549 เกินกำหนดระยะเวลาสิบปีนับตั้งแต่วันที่
22 กุมภาพันธ์ 2537 ที่จำเลยกระทำความผิด
ฟ้องของโจทก์ทั้งสองจึงขาดอายุความตาม ป.อ.มาตรา 95 (3) สิทธินำคดีอาญาย่อมระงับไปตาม
ป.วิ.อ.มาตรา 39 (6) และปัญหาว่าฟ้องของโจทก์ทั้งสองขาดอายุความหรือไม่
เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
แม้จำเลยรับสารภาพและไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตาม
ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง

