การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์หลังพ้นกำหนด อ้างเหตุเจ็บป่วยและถูกกักตัว 14 วัน มิใช่ "เหตุสุดวิสัย" ที่ทำให้ไม่อาจยื่นคำร้องได้ ศาลสูงจึงยกอุทธรณ์เพราะการสั่งรับอุทธรณ์ไม่ชอบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
4443/2565
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 195 วรรคสอง,
มาตรา 198 วรรคหนึ่ง, มาตรา
225 ป.วิ.พ. มาตรา 23
การขอขยายระยะเวลาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23
ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลมีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น
เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์
เมื่อสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว จึงต้องมีเหตุสุดวิสัย
จำเลยอ้างเหตุว่าจำเลยเจ็บป่วยกะทันหันและถูกกักตัวเป็นเวลา
14
วัน
ข้ออ้างตามคำร้องของจำเลยไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ได้
คำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น
การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์ จึงไม่ชอบ
จำเลยไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยฟัง
ปัญหานี้แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาแต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง
ประกอบมาตรา 225 ดังนั้น การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์
ซึ่งล่วงเลยกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 198 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยและศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ
และไม่ก่อสิทธิให้แก่จำเลยที่จะฎีกา
หมายเหตุ
คดีนี้ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 28
ธันวาคม 2563 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อวันที่
9 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเป็นการยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว