ค่าขึ้นศาลคดีขอรับชำระหนี้จำนองก่อน (ป.วิ.พ. ม.324) – จ่าย 200 บาท หรือจ่ายตามทุนทรัพย์?
ในชั้นบังคับคดี
เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา (เจ้าหนี้นำยึด)
ได้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้ขายทอดตลาด หากลูกความของเราเป็น "ผู้รับจำนอง" ในทรัพย์สินนั้น
เราย่อมมีสิทธิตามกฎหมายที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้แก่เราก่อนเจ้าหนี้รายอื่น
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 324 (หรือมาตรา 289
เดิม)
อย่างไรก็ตาม
ปัญหาที่นักกฎหมายมักสับสนคือ "ต้องเสียค่าขึ้นศาลเท่าไหร่?"
ระหว่างค่าขึ้นศาลคดีไม่มีทุนทรัพย์ (ปัจจุบัน 200 บาท) หรือค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ (ร้อยละ 2 หรือตามตารางท้าย
ป.วิ.พ.)
คำตอบอยู่ที่
"สถานะของหนี้ตามคำพิพากษาเดิม"
ของผู้ร้อง ว่าได้ฟ้องบังคับจำนองมาแล้วหรือไม่ โดยแบ่งออกเป็น 2
กรณี ดังนี้:
กรณีที่ 1:
เสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท
(คดีไม่มีทุนทรัพย์)
เงื่อนไข:
ผู้ร้องได้ฟ้องลูกหนี้และมีคำพิพากษาให้ "บังคับจำนอง"
เรียบร้อยแล้ว
หากผู้ร้องได้ฟ้องคดีจนศาลมีคำพิพากษาให้บังคับจำนองแล้ว
การมายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 324
ในคดีที่เจ้าหนี้อื่นเป็นผู้นำยึดทรัพย์จำนองนั้น ถือเป็นขั้นตอนการบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมของผู้ร้องเอง
ไม่ใช่การเริ่มต้นฟ้องร้องคดีใหม่
- แนวคำพิพากษาฎีกาที่
1570/2537: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากรณีนี้ไม่ใช่การฟ้องร้องคดีใหม่
แต่เป็นกระบวนการบังคับชำระหนี้จำนองที่ศาลได้พิพากษาไว้แล้ว
จึงเสียค่าขึ้นศาลในอัตรา "คดีไม่มีทุนทรัพย์"
(อัตราปัจจุบันคือ 200 บาท) เท่านั้น
- ข้อควรระวัง:
ในกรณีนี้
ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นนอกเหนือจากทรัพย์จำนอง
หากหนี้นั้นยังขาดอยู่ เว้นแต่สัญญากำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
และการเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอย่างคดีมีทุนทรัพย์ในกรณีนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง
ศาลมีอำนาจสั่งคืนส่วนที่เกินได้
กรณีที่ 2:
เสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ (ตามตาราง 1 ท้าย
ป.วิ.พ.)
เงื่อนไข:
ผู้ร้องฟ้องลูกหนี้ในฐานะ "เจ้าหนี้สามัญ"
(เช่น ฟ้องกู้ยืม ฟ้องตั๋วเงิน) โดย "มิได้ขอให้บังคับจำนอง" ในคดีเดิม
แม้ผู้ร้องจะมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระเงินแล้ว
แต่หากในคำฟ้องเดิมผู้ร้องเลือกใช้สิทธิอย่างเจ้าหนี้สามัญ
ไม่ได้ขอให้บังคับจำนองที่ดิน เมื่อผู้ร้องมายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองก่อนตาม
ป.วิ.พ. มาตรา 324 ศาลจะถือว่า คำร้องนี้มีผลเป็น
"คำฟ้องขอให้บังคับจำนอง" ขึ้นมาใหม่ เป็นการใช้สิทธิบังคับเอาแก่ตัวทรัพย์สินนอกเหนือไปจากการบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิม
- แนวคำพิพากษาฎีกาที่
7966/2547: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ผู้ร้องอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ที่เพิ่งจะมาใช้สิทธิบังคับจำนอง
จึงไม่ใช่เพียงเจ้าหนี้สามัญตามคำพิพากษาเท่านั้น
ส่งผลให้ผู้ร้องต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ท้าย
ป.วิ.พ. ข้อ (1) (ค),
- อัตราค่าธรรมเนียม:
ต้องเสียในอัตรา 1 บาทต่อ 100 บาท (ตามตารางท้าย ป.วิ.พ.)
ซึ่งอาจมีเพดานสูงสุดตามกฎหมายกำหนดในขณะนั้น
สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับทนายความ
ก่อนยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์หรือขอรับชำระหนี้จำนองก่อน
ให้ตรวจสอบ "คำขอท้ายฟ้อง" ในคดีเดิมของผู้ร้องเสมอ:
1. ถ้าคดีเดิม
"ฟ้องบังคับจำนองแล้ว": เตรียมค่าขึ้นศาล 200
บาท (อ้างอิงฎีกา 1570/2537)
2. ถ้าคดีเดิม
"ฟ้องหนี้เงินกู้ปกติ/ยังไม่ฟ้องบังคับจำนอง":
ต้องคำนวณค่าขึ้นศาล ตามทุนทรัพย์ที่ขอรับชำระหนี้
(อ้างอิงฎีกา 7966/2547)
