ความผิดฐานลักทรัพย์บุพการีโดยใช้ยานพาหนะ (ป.อ. ม.335+336 ทวิ) เป็นความผิดอันยอมความได้ตาม ป.อ. ม.71 วรรคสอง เพราะ ม.336 ทวิ เป็นเพียงเหตุเพิ่มโทษ หากถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตาม ป.วิ.อ. ม.39(2) ปัญหานี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและจำหน่ายคดีเฉพาะข้อหานี้ได้ตาม ป.วิ.อ. ม.195 วรรคสอง ประกอบ ม.225
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
1750/2568
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง;
ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง (7), มาตรา 336 ทวิ, มาตรา 339
วรรคสอง, มาตรา 340 ตรี ป.วิ.อ.
มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 ป.ยาเสพติด มาตรา 104, มาตรา 162
ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม
ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง เป็นความผิดที่ระบุไว้ใน
ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า
ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี
แม้กฎหมายมิได้บัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ก็ให้เป็นความผิดอันยอมความได้
แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ.
มาตรา 336 ทวิ มาด้วย แต่มาตรา 336 ทวิ
เป็นบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดอาญา มาตรา 335 ต้องระวางโทษหนักขึ้นกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง
หาใช่เป็นความผิดอีกบทหนึ่งต่างหากจากบทมาตราดังกล่าวไม่
การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 จึงเข้าหลักเกณฑ์ตาม ป.อ.
มาตรา 71 วรรคสอง แล้ว
เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในส่วนข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะสำหรับจำเลยที่
1 สิทธิการนำคดีอาญาในความผิดฐานดังกล่าวมาฟ้องจำเลยที่ 1
ย่อมเป็นอันระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) และย่อมเป็นผลให้คำขอในส่วนแพ่งสำหรับความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะตกไปด้วย
แม้จำเลยที่ 1 มิได้หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกา
แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
