คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๐๔๔/๒๕๖๒ 

              ผู้เอาประกันภัยได้ใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายจากเหตุละเมิด และศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องผู้เอาประกันภัย โดยคดีถึงที่สุดว่า เหตุละเมิดไม่ได้เกิดจากความประมาทของคนขับรถที่จำเลยรับประกันภัย แต่เกิดจากความประมาทของคนขับรถที่โจทก์รับประกันภัยเพียงผู้เดียว แม้โจทก็ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว ซึ่งคำพิพากษาไม่อาจผูกพันบุคคลภายนอกคดีได้ก็ตาม แต่เมื่ออำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัย มีจำกัดอยู่เพียงการรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๐ ซึ่งเป็นอำนาจฟ้องตามกฎหมายเพียงประการเดียวแล้ว การที่ผู้เอาประกันภัยของโจทก์ไม่มีสิทธิ เรียกร้องค่าเสียหายในเหตุละเมิด เนื่องจากเหตุเกิดจากความประมาทของคนขับรถของผู้เอาประกันภัยเอง โจทก์จึงไม่อาจรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยมาฟ้องเพื่อให้จำเลยต้องรับผิดจากเหตุละเมิดเดียวกันนี้ได้

 

               ตามฎีกานี้ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว โจทก์จึงไม่จำต้องผูกพันตามผลคำพิพากษาในคดีดังกล่าว และย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้โดยศาลต้องฟังพยานหลักฐานในคดีใหม่ตามที่โจทก์นำสืบ....

 

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

               มาตรา ๑๔๕ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการอุทธรณ์ฎีกา และการพิจารณาใหม่ คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่ง นับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่ง จนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี

               ถึงแม้ศาลจะได้กล่าวไว้โดยทั่วไปว่าให้ใช้คำพิพากษาบังคับแก่บุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลด้วยก็ดี คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นย่อมไม่ผูกพันบุคคลภายนอก เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๒ (๑) มาตรา ๒๔๕ และมาตรา ๓๖๖ และในข้อต่อไปนี้

               (๑) คำพิพากษาเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคล หรือคำพิพากษาสั่งให้เลิกนิติบุคคล หรือคำสั่งเรื่องล้มละลายเหล่านี้ บุคคลภายนอกจะยกขึ้นอ้างอิงหรือจะใช้ยันแก่บุคคลภายนอกก็ได้

               (๒) คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า