“ขอบคุณครับ” ฟ้องเรียกเงินคืนฐานกู้ยืมเงินได้หรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย: ข้อความสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ ประกอบการโอนเงินจำนวน 100,000 บาท และสติกเกอร์ข้อความ “ขอบคุณครับ” ของจำเลย จะถือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมตามกฎหมาย อันโจทก์จะอาศัยฟ้องร้องบังคับคดีเอาแก่จำเลยได้หรือไม่
ข้อเท็จจริง: โจทก์และจำเลยโทรศัพท์พูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์ จากนั้นโจทก์โอนเงินจำนวน 100,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารให้จำเลย จำเลยได้ส่งสติกเกอร์ที่มีข้อความว่า “ขอบคุณครับ” ถึงโจทก์ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้น ไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า: แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความ และตามมาตรา 9 ให้ถือว่าการที่จำเลยส่งสติกเกอร์ที่มีคำว่า “ขอบคุณครับ” เป็นการลงลายมือชื่อของจำเลย แต่ตามมาตรา 8 ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ที่สนทนากันจะต้องสามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยมีความหมายว่ากู้ยืมเงิน จึงจะถือว่าข้อความนั้นเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง เมื่อข้อความดังกล่าวไม่แสดงถึงการกู้ยืมเงินแล้ว ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นย่อมไม่มีผลผูกพันและบังคับใช้ทางกฎหมายให้จำเลยชำระหนี้กู้ยืมเงินแก่โจทก์ได้
สรุป: การแชตไลน์ยืมเงินต้องมีข้อความที่อ่านแล้วเข้าใจได้ชัดเจนว่าเป็นการ “กู้ยืม” หากมีเพียงการโอนเงินและสติกเกอร์ “ขอบคุณครับ” จะไม่ถือเป็นหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือที่นำมาฟ้องร้องบังคับคดีได้
ข้อสังเกต: แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ว่า ก่อนโอนเงินคู่ความได้โทรศัพท์พูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์ และอาจมีการตกลงยืมเงินกันในขณะนั้นก็ตาม แต่เมื่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏภายหลังการสนทนา ไม่มีข้อความใดแสดงให้เห็นได้ว่าการโอนเงินจำนวน 100,000 บาท มีมูลเหตุเป็นการกู้ยืมเงิน ข้อความดังกล่าวย่อมยังไม่อาจถือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ได้ ดังนั้น แม้จะอาจมีการยืมเงินกันจริงในทางข้อเท็จจริง ก็ยังไม่เพียงพอให้โจทก์อาศัยฟ้องร้องบังคับคดีในฐานหนี้กู้ยืมได้
บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568
ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง
พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 มาตรา7, มาตรา 8, มาตรา 9
บันทึกหน้าจอแอปพลิเคชันไลน์ที่โจทก์และจำเลยสนทนากันปรากฏข้อความว่า วันที่ 15 มีนาคม 2565 เวลา 15.20 นาฬิกา โจทก์และจำเลยโทรศัพท์พูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์ แล้วเวลา 16.35 นาฬิกา โจทก์และจำเลยโทรศัพท์พูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์อีกครั้ง จากนั้นเวลา 17 นาฬิกา โจทก์โอนเงิน 100,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารให้จำเลย เวลา 17.07 นาฬิกา จำเลยส่งสติกเกอร์ที่มีข้อความ "ขอบคุณครับ" ถึงโจทก์ เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน
แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความ และมาตรา 9 ให้ถือว่าการที่จำเลยส่งสติกเกอร์ที่มีคำว่าขอบคุณครับเป็นการลงลายมือชื่อของจำเลยดังที่โจทก์อ้างในฎีกา แต่ตามมาตรา 8 ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ที่สนทนากันจะต้องสามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยมีความหมายว่ากู้ยืมเงิน จึงจะถือว่าข้อความนั้นเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง เมื่อข้อความดังกล่าวไม่แสดงถึงการกู้ยืมเงินแล้ว ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นย่อมไม่มีผลผูกพันและบังคับใช้ทางกฎหมายให้จำเลยชำระหนี้กู้ยืมเงินแก่โจทก์ได้