ฎีกาที่ 1143/2565

ฎีกาศึกษา: ผลของกฎหมายใหม่ต่อการทำไม้สักที่ปลูกขึ้นเองในที่ดิน ส.ป.ก.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1143/2565

ประเด็นข้อกฎหมาย

การตัดไม้สักและมีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นไม้ที่จำเลย "ปลูกขึ้นเอง" ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ก่อนที่จะมีกฎหมายและประกาศกระทรวงฯ กำหนดให้ไม้ที่ปลูกในที่ดินดังกล่าวไม่เป็นไม้หวงห้าม ถือเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และศาลต้องพิพากษาอย่างไรเกี่ยวกับของกลาง

ข้อเท็จจริง

ระหว่างวันที่ 10-14 มกราคม 2561 จำเลยได้ตัดไม้สักและมีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองจำนวน 178 ท่อน โดยจากการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า ไม้สักของกลางทั้งหมดเป็นไม้ที่ "ปลูกขึ้น" ในที่ดินแปลงที่จำเลยได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) และจำเลยเป็นผู้ปลูกไม้สักดังกล่าวด้วยตนเอง

หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  1. พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562: มีการแก้ไขมาตรา 7 โดยกำหนดว่าไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม
  2. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พ.ศ. 2563): กำหนดให้ที่ดิน ส.ป.ก. (แบบ ส.ป.ก. 4-01 ถึง 4-01 ช) เป็นที่ดินที่ "ไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นไม้หวงห้าม" และให้มีผลบังคับใช้กับไม้ที่ปลูกขึ้นก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับด้วย

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

  • ยกเลิกความผิด (ผลย้อนหลังที่เป็นคุณ): เนื่องจากการกระทำของจำเลยเกี่ยวกับการทำไม้สักที่ "ปลูกขึ้น" ในที่ดิน ส.ป.ก. ได้รับการยกเว้นไม่เป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ (พ.ร.บ.ป่าไม้ ฉบับที่ 8 ประกอบประกาศกระทรวงฯ ปี 63) การกระทำของจำเลยจึง ไม่เป็นความผิด ฐานทำไม้สักและมีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองอีกต่อไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง
  • คืนของกลาง: เมื่อไม้สักของกลางไม่ถือเป็นไม้หวงห้ามอีกต่อไป ศาลจึงไม่อาจสั่งริบได้ และต้องคืนของกลางให้แก่เจ้าของ

บทสรุปและข้อสังเกต

ในที่ดิน ส.ป.ก. หากเป็น "ไม้ที่ปลูกขึ้นเอง" (เช่น ไม้สัก, ไม้ยางนา) กฎหมายปัจจุบันถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม สามารถตัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และกฎหมายมีผลย้อนหลังเป็นคุณ ทำให้คดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กลายเป็นไม่ผิด

ข้อควรระวัง: สิทธินี้คุ้มครองเฉพาะ "ไม้ที่ปลูกขึ้น" เท่านั้น หากเป็น "ไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ" ในที่ดิน ส.ป.ก. ยังคงถือเป็นไม้หวงห้ามและต้องขออนุญาตตามปกติ


ฎีกาย่อ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1143/2565
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง, พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7 (ใหม่)

จำเลยกระทำความผิดเมื่อระหว่างวันที่ 10 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 14 มกราคม 2561 ต่อมาเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2562 มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 106/2557 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา 7 ไม้ชนิดใดที่ขึ้นในป่าจะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา สำหรับไม้ทุกชนิดที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตาม ป.ที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้าม หรือไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ให้ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม"

และระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิเพื่อให้ไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินดังกล่าวไม่เป็นไม้หวงห้าม พ.ศ. 2563 ข้อ 2 บัญญัติว่า

"ให้ที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประเภทหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามแบบ ส.ป.ก. 4-01 ส.ป.ก. 4-01ก ส.ป.ก. 4-01 ข ส.ป.ก. 4-01 ค หรือ ส.ป.ก. 4-01 ช เป็นที่ดินซึ่งไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นไม้หวงห้าม ความตามวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินดังกล่าวก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับด้วย"

ได้ความจากการไต่สวนพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นตามที่ศาลฎีกามีคำสั่งว่า ไม้สักตามฟ้องที่จำเลยทำไม้และไม้สักที่จำเลยมีไว้ในครอบครองนั้นเป็นไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์และจำเลยได้ปลูกไม้สักที่จำเลยเข้าไปทำไม้โดยการตัดเป็นท่อนและมีไว้ในครอบครอง

การกระทำของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับไม้สักดังกล่าวข้างต้นจึงไม่เป็นความผิดฐานทำไม้สักโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานมีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 อีกต่อไป ตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง และเมื่อฟังไม่ได้ว่าไม้สักของกลางเป็นไม้หวงห้าม จึงไม่อาจริบได้ ต้องคืนให้แก่เจ้าของ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า