คำพิพากษาฎีกาที่ 3374/2565
ธ.
ลงลายมือชื่อในช่องเจ้าของโดยมิได้ประทับตราสำคัญของบริษัท ถือไม่ได้ว่าบริษัท ศ.
ลงชื่อในฐานะผู้ให้เช่าซื้อครบถ้วนโดยชอบตามหนังสือรับรองของบริษัท
สัญญาเช่าซื้อมีเพียงลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อแต่ฝ่ายเดียว
ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 วรรคสอง แม้ต่อมาบริษัท ศ.
จะได้ยอมรับเข้าถือเอาประโยชน์ตามสัญญาเช่าซื้อก็ไม่อาจถือได้ว่า บริษัท ศ.
ลงชื่อเป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ 1 อันจะทำให้สัญญาเช่าซื้อ
ซึ่งเป็นโมฆะกลับเป็นสัญญาเช่าซื้อที่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายได้
โจทก์ในฐานะผู้รับโอนไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อได้
จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดด้วยเช่นกัน
เพิ่มเติม
ฎีกาที่ 4973/2545 สัญญาเช่าซื้อในช่องเจ้าของผู้ให้เช่าซื้อมีลายมือชื่อบุคคลอยู่สองคนและประทับตราของบริษัทโจทก์
ลายมือชื่อหนึ่งในช่องเจ้าของผู้ให้เช่าซื้อเป็นของ ส.
กรรมการผู้หนึ่งแต่อีกลายมือชื่อหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นลายมือชื่อของผู้ใดและจะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทโจทก์ตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองของนายทะเบียนหรือไม่เมื่อตามหนังสือรับรองบริษัทโจทก์กำหนดว่าต้องมีกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทจึงจะผูกพันบริษัทได้
ถือได้ว่าไม่มีการลงชื่อโจทก์ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อครบถ้วนโดยชอบ
สัญญาเช่าซื้อจึงมีเพียงลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อแต่ฝ่ายเดียวย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 572 วรรคสอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 572 อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า
และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า
โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว
สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ
ท่านว่าเป็นโมฆะ
สรุป
1. สัญญาเช่าซื้อที่นิติบุคคลลงนามไม่ครบองค์ประกอบตามหนังสือรับรอง
(เช่น ขาดตราประทับสำคัญ) ถือว่ามิได้ลงลายมือชื่อคู่สัญญาให้ครบถ้วน
สัญญาจึงตกเป็น โมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 วรรคสอง
2. การยอมรับชำระหนี้ภายหลัง
ไม่อาจถือเป็นการให้สัตยาบัน หรือทำให้โมฆะกรรมกลับมีผลสมบูรณ์เป็นสัญญาเช่าซื้อตามกฎหมายได้
3. โจทก์ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจึง
ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้รับผิดตามสัญญา
และผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเช่นกัน
