ฎีกาที่ 6757/2560 ปลดหนี้ เฟสบุ๊ค ป.พ.พ.มาตรา 340


    ประเด็นข้อกฎหมาย: การส่งข้อความทาง Facebook ว่า "ยกหนี้ให้" ถือเป็นการปลดหนี้ที่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามกฎหมายหรือไม่? และเจ้าหนี้จะอ้างว่าพิมพ์ไปเพราะประชด (เจตนาซ่อนเร้น) เพื่อให้การปลดหนี้เป็นโมฆะได้หรือไม่?

ข้อเท็จจริง: โจทก์ (เจ้าหนี้) ฟ้องให้จำเลย (ลูกหนี้) ชำระหนี้กู้ยืมเงินจำนวน 595,000 บาท จำเลยต่อสู้ว่าหนี้ระงับแล้วเพราะโจทก์ได้ปลดหนี้ให้ โดยส่งข้อความทางแชทเฟซบุ๊ก (Facebook) มีใจความว่า "เงินทั้งหมด 670,000 บาท ไม่ต้องส่งคืนให้แล้ว ยกให้หมดไม่ต้องส่งดอกอะไรมาให้ จะได้ไม่ต้องมีภาระหนี้สินติดตัว" ฝ่ายโจทก์ยอมรับว่าส่งข้อความจริง แต่อ้างว่าไม่มีเจตนาปลดหนี้ ที่พิมพ์ไปเพราะความเครียดและต้องการ "ประชดประชัน" เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6757/2560 วินิจฉัยวางบรรทัดฐานว่า:

1️.แชทเฟซบุ๊กถือเป็น "หนังสือ" ตามกฎหมาย: การส่งข้อความผ่านระบบอินเทอร์เน็ตถือเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 และ มาตรา 8 ซึ่งกฎหมายรองรับว่า หากข้อความนั้นสามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ หรือมีหลักฐานเป็นหนังสือแล้ว

2️.ไม่ต้องมีลายเซ็นจริง ก็มีผลผูกพัน: แม้ข้อความในแชทจะไม่มีลายมือชื่อ (Signature) ของโจทก์ แต่การส่งผ่านบัญชีเฟซบุ๊กปรากฏชื่อผู้ส่งชัดเจน และโจทก์ยอมรับว่าเป็นคนส่งจริง จึงรับฟังได้ว่าเป็นหลักฐานแห่งการปลดหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 340 แล้ว ทำให้หนี้กู้ยืมระงับสิ้นไป

3.อ้างว่า "ประชด" (เจตนาซ่อนเร้น) ไม่ได้: การที่โจทก์อ้างว่าทำไปเพราะเครียดหรือประชดประชัน (เจตนาซ่อนเร้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 154) นั้น ไม่สามารถนำมาอ้างเพื่อให้การปลดหนี้ตกเป็นโมฆะได้ เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลย (ลูกหนี้) ได้รู้ถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายในใจของโจทก์ ดังนั้นการแสดงเจตนาปลดหนี้จึงมีผลสมบูรณ์

📌 สรุป: พิมพ์แชทบอกลูกหนี้ว่า "ไม่เอาเงินคืนแล้ว/ยกหนี้ให้" = หนี้สูญทันที แม้ไม่มีลายเซ็นในกระดาษ เพราะถือเป็นหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ และจะมาอ้างทีหลังว่า "แค่ประชด" ไม่ได้ (ถ้าลูกหนี้ไม่รู้ว่าประชด) ศาลพิพากษายกฟ้อง ลูกหนี้ไม่ต้องจ่ายคืน

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6757/2560

         ข้อความที่โจทก์ส่งถึงจำเลยทางเฟสบุ๊คมีใจความว่า เงินทั้งหมด 670,000 บาท ไม่ต้องส่งคืนให้แล้ว ยกให้หมดไม่ต้องส่งดอกอะไรมาให้ จะได้ไม่ต้องมีภาระหนี้สินติดตัว การส่งข้อมูลดังกล่าวเป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องนำพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 มาใช้บังคับ ตามมาตรา 7 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใดเพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นปรากฏอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรา 8 บัญญัติว่า ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 9  ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว ดังนั้นข้อความที่โจทก์ส่งถึงจำเลยทางเฟสบุ๊ค แม้จะไม่มีการลงลายมือชื่อโจทก์ก็ตาม แต่การส่งข้อความของโจทก์ทางเฟสบุ๊คจะปรากฏชื่อผู้ส่งด้วยและโจทก์ก็ยอมรับว่าได้ส่งข้อความทางเฟสบุ๊คถึงจำเลยจริง ข้อความการสนทนาจึงรับฟังได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่จำเลยโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 340 แล้ว หนี้ตามสัญญากู้ย่อมระงับ โจทก์ไม่อาจยกเหตุว่าโจทก์ไม่มีเจตนาที่จะปลดหนี้ให้จำเลยแต่ทำไปเพราะความเครียดต้องการประชดประชันจำเลยขึ้นอ้างเพื่อให้เจตนาที่แสดงออกไปตกเป็นโมฆะ เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้รู้ถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายในของโจทก์

 

ปลดหนี้

         ปลดหนี้ เป็นวิธีการระงับหนี้อีกประการหนึ่ง ซึ่งฝ่ายเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้สละสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ตลอดไปอันเป็นการแสดงเจตนาหรือนิติกรรมฝ่ายเดียวของเจ้าหนี้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ เนื่องจากหนี้นั้นเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะจัดการอย่างไรก็ได้

         หนี้ที่เจ้าหนี้จะปลดหนี้ให้ลูกหนี้ได้อาจเป็นหนี้ที่เกิดจากมูลสัญญาหรือละเมิดหรือมูลหนี้ประการอื่นก็ได้ ตามปกติการปลดหนี้มักจะเกิดจากการร้องขอของลูกหนี้ โดยลูกหนี้ทำความพอใจบางอย่างให้แก่เจ้าหนี้ แต่อาจเกิดจากความพอใจของเจ้าหนี้เองไม่มีการตอบแทนกันก็ได้

         วิธีการปลดหนี้ แบ่งออกเป็นกรณีหนี้ที่ไม่มีหนังสือเป็นหลักฐาน กับ หนี้ที่มีหนังสือเป็นหลักฐาน ในกรณีหนี้ที่มีหนังสือเป็นหลักฐาน การแสดงเจตนาปลดหนี้ต้องทำด้วยการทำเป็นหนังสือ(ฎีกาที่ 7717/2538) หรือเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือขีดฆ่าเอกสารนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

 

อ้างอิง

ไพโรจน์ วายุภาพ. คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยหนี้ พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, 2561.

        

         ฎีกาที่ 8089/2556 การที่จำเลยนำบัตรกดเงินสดควิกแคชไปถอนเงินและใส่รหัสส่วนตัวเปรียบได้กับการลงลายมือชื่อตนเอง ทำรายการเบิกถอนเงินตามที่จำเลยประสงค์ และกดยืนยันทำรายการพร้อมรับเงินสดและสลิป การกระทำดังกล่าวถือเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินจากโจทก์ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 มาตรา 7,8 และ 9

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

         มาตรา 154  การแสดงเจตนาใดแม้ในใจจริงผู้แสดงจะมิได้เจตนาให้ตนต้องผูกพันตามที่ได้แสดงออกมาก็ตาม หาเป็นมูลเหตุให้การแสดงเจตนานั้นเป็นโมฆะไม่ เว้นแต่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รู้ถึงเจตนาอันซ่อนอยู่ในใจของผู้แสดงนั้น

         มาตรา 340  ถ้าเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ท่านว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไป

ถ้าหนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย หรือต้องเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือขีดฆ่าเอกสารนั้นเสีย

 

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

         มาตรา 94  เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แม้ถึงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ยินยอมก็ดี

         (ก) ขอสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสาร เมื่อไม่สามารถนำเอกสารมาแสดง

         (ข) ขอสืบพยานบุคคลประกอบข้ออ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อได้นำเอกสารมาแสดงแล้วว่า ยังมีข้อความเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารนั้นอยู่อีก

         แต่ว่าบทบัญญัติแห่งมาตรานี้ มิให้ใช้บังคับในกรณีที่บัญญัติไว้ในอนุมาตรา (2) แห่งมาตรา 93 และมิให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า พยานเอกสารที่แสดงนั้นเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ถูกต้องทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือสัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ หรือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตีความหมายผิด

 

พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544

         มาตรา 7  ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใดเพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

 

         มาตรา 8  ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 9 ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว

         ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการปิดอากรแสตมป์ หากได้มีการชำระเงินแทนหรือดำเนินการอื่นใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่หน่วยงานของรัฐซึ่งเกี่ยวข้องประกาศกำหนด ให้ถือว่าหนังสือ หลักฐานเป็นหนังสือ หรือเอกสาร ซึ่งมีลักษณะเป็นตราสารนั้นได้มีการปิดอากรแสตมป์และขีดฆ่าตามกฎหมายนั้นแล้ว ในการนี้ในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการของหน่วยงานของรัฐดังกล่าว คณะกรรมการจะกำหนดกรอบและแนวทางเพื่อเป็นมาตรฐานทั่วไปไว้ด้วยก็ได้

 

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า